เมนูต้มโคล้งมีรสชาติที่ออกไปทางเผ็ดร้อน ลิ่นเครื่องหอมชัดเจนต่างจากเมนูต้มอื่นๆส่วนของวัตถุดิบต่างๆ ไปย่างให้หอมเสียก่อน แล้วจึงนำมาประกอบอาหาร ทานกะบข้าวสวยร้อนๆอร่อยแน่นอนค่ะ

ต้มโคล้ง

ส่วนผสมและสัดส่วน

  1. ปลาหั่นเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องเล็กมาก 1 ตัว
  2. พริกขี้หนูสับ และ พริกขี้หนูบุบ 10 เม็ด
  3. ข่าหั่นแว่น 4 แว่น
  4. ตะไคร้ซอย 1 ต้น
  5. ใบมะกรูด 3 ใบ
  6. ใบกะเพรา 10 ใบ
  7. ผักชีฝรั่งซอย 1 ต้น
  8. หอมแดง 2 หัว

เครื่องปรุง

  1. น้ำมะขามเปียก 15 กรัม
  2. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง

  1. นำเนื้อปลา หอมแดง ข่า ตะไคร้ มาย่างให้หอมก่อน ส่วนเนื้อปลาน้นย่างให้หนังด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีสวยน่ารับประทาน
  2. ตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำ ตามด้วยข่า ตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนูทั้งสับและบุบลงไปต้ม
  3. พอน้ำเดือดใส่น้ำมะขามเปียกและน้ำปลา สักพักใส่เนื้อปลาย่าง ต้มต่อให้เดือด
  4. ใส่ใบมะกรูด ผักชีฝรั่ง และใบกะเพรา ต้มอีกสักครู่ ปิดเตา เติมน้ำมะนาว ชิมรสตามชอบ แล้วตักใส่ชามได้เลยค่ะ

เคล็ดลับน่ารู้

ต้มโคล้ง” กับ “ต้มยำ” ต่างกันอย่างไร ?

ต้มยำมีหลายชนิด แต่ละชนิดของต้มยำจะแบ่งตามเนื้อสัตว์ที่ใส่และเครื่องปรุงบางชนิด เช่น

ต้มยำน้ำใส จะใส่ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกขี้หนูสวน ส่วนมากทำกันง่ายๆในครัวเรือน รสจะไม่จัดมาก การปรุงรสใช้เพียงน้ำมะนาว น้ำปลา

ต้มยำน้ำข้น ส่วนมากจะเป็นต้มยำที่ใส่กุ้งแม่น้ำตัวโตๆ มีมันมาก การใส่น้ำพริกเผาและหัวกะทิ เป็นการเสริมกลิ่นรสให้กลมกลืนกับมันกุ้ง น้ำซุปจึงดูข้นหรือขุ่นมีมันของกะทิ บางรายใส่นมสดแทน ผสมกับเนื้อน้ำพริกเผาชวนให้น่ากินขึ้น

ต้มโคล้ง เป็นต้มยำชนิดหนึ่งที่ต้องใช้พริกแห้งเผาจะเป็นพริกขี้หนูหรือพริกชี้ฟ้าก็ได้ ตามด้วยหอมแดงเผาพอสุกใส่เข้ากับเครื่องต้มยำปกติคือตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด ต้มโคล้งไม่นิยมใส่พริกขี้หนูสดและต้องต้มกับปลาย่าง ส่วนมากนิยมใช้ปลาเนื้ออ่อน ปลากด ปลากระทิง ปลาย่างที่นำมาต้มโคล้งควรเป็นปลาย่างรมควันค่อนข้างแห้ง และลักษณะของต้มโคล้งจะปรุงรสเปรี้ยวด้วยน้ำส้มมะขาม ซึ่งเข้ากันดีกับกลิ่นปลาย่าง พริกเผา หอมเผา