-ผัดกะเพราน่าจะเกิดขึ้นราวสมัยรัชกาลที่ 7 เพราะคนจีนนำเอามาขายในร้านอาหารตามสั่ง[4] อย่างไรก็ดี ผัดกะเพราน่าจะเพิ่งนิยมราว พ.ศ. 2500 โดยน่าจะดัดแปลงจากอาหารจีน ที่ตำรับจีน เอาเต้าเจี้ยวดำผัดกับกระเทียมเจียวให้หอม แล้วจึงเอาเนื้อสับหรือไก่หั่นเป็นชิ้น ๆ ลงไปผัดกับน้ำปลาและซีอิ๊วดำ บ้างก็ว่าเลียนแบบมาจากเนื้อผัดใบยี่หร่า[4] สำหรับผัดกะเพราที่ปรากฏในตำรากับข้าวยุคปลายทศวรรษ 2520 อย่างใน ตำราอาหารชุดจัดสำรับ (ชุด 2) ระบุว่า ผัดกะเพราเนื้อจะปรุงด้วยน้ำปลาและผงชูรสเท่านั้น แล้วเอาข้าวลงผัดคลุกเป็นข้าวผัด กินกับถั่วฝักยาวสด ส่วนใน กับแกล้มเหล้า ประมวลกับแกล้มเหล้า–เบียร์ทันยุค ของ “แม่ครัวเอก” (พ.ศ. 2541) ระบุว่า จะหมักเนื้อสับกับเหล้าก่อน แล้วปรุงเพียงน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ในระยะหลัง ๆ จึงค่อยใส่ซอสปรุงรสชนิดต่าง ๆ น้ำตาลทราย น้ำมันหอย รสดี น้ำพริกเผา
ผัดกะเพรา เป็นอาหารจานเดียวของไทยที่ได้รับความนิยมที่สุดจานหนึ่ง[1] เป็นอาหารริมทางอาหารตามสั่งที่มีทั่วไปในประเทศไทยและทุกคนต่างรีวิวอาหารไทยที่นิยม บางครั้งเรียกว่า เมนูสิ้นคิด เนื่องจากเมื่อจะสั่งอาหารแล้วไม่รู้ว่าจะรับประทานอะไรก็มักจะสั่งผัดกะเพรา

ส่วนผสม

  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริก ตามชอบ
  • หมูสับ 200 กรัม
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนชา
  • ใบกะเพรา ตามชอบ
  • เทน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย ตามด้วยกระเทียมสับและพริกตามชอบ ผัดจนมีกลิ่นฉุน
  • ใส่หมูบดลงไปผัดให้พอสุก ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม น้ำปลา น้ำตาลทราย และซีอิ๊วดำ ผัดจนเข้ากัน

3. ใส่ใบกะเพราลงไปผัด ผัดจนใบกะเพราะสลด เป็นอันเสร็จสิ้น
 เท่านี้เราก็จะได้กะเพราที่หอม อร่อย คุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วยโปรตีน ,ไขมัน , คาร์โบไฮเดรต ปริมาณที่แนะนำให้บริโภคประจำวันค่ะ